วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บทความที่ 4 เมนูเด็ดเพื่อสุขภาพ (จากมะขาม)



สูตรเด็ดเชฟมะขาม ในเมนูแรกขอเสนอ!!!
"เต้าหู้ทอดราดซอสมะขาม"


เมนูเจเพื่อสุขภาพ..


 

เพิ่มเห็ดออรินจิย่างเพื่อความหนุบหนับ

รสชาติโดดเด่นด้วย.. ซอสมะขาม

 

ทำง่ายด้วย อร่อยกันถ้วนหน้าค่ะ..     (・`人´・)つ

 
 



ส่วนผสม

- เต้าหู้คินุ 1 ก้อน
- แป้งสาลี 1 ถ้วย
- งาขาว,งาดำ ตามใจชอบ
- เห็ดออรินจิ 3 ดอกเล็ก
- น้ำมาขามเปียก 1/2 ถ้วย
- ซีอิ๊ว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำค่ะ

1. นำเต้าหู้คินุมาหั่นขนาดตามใจชอบ
2. คลุกแป้งสาลีที่ผสมงาขาวและงาดำ
3. ทอดจนเหลือง ใช้ไฟปานกลาง ระวังอย่าให้น้องเต้าหู้ไหม
4. หั่นเห็ดออรินจิขนาดตามใจชอ
5. ใส่น้ำมันเล็กน้อย ตั้งไฟปานกลาง แล้วย่างเห็ดกลับไปมา ไม่ต้องนานมากนะค่ะ เดี๋ยวน้องเห็ดเสียคุณค่า
6. นำน้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊ว และน้ำมะขามเปียกมาผสมและคนให้ละลาย
7. นำน้ำมะขามปรุงรส (ข้อ 6) ลงไปเคี่ยวไฟอ่อนๆ จนเริ่มเหนียว ถ้าเหนียวเกินอนุญาตให้ใส่น้ำเปล่าได้
8. ยกลงจากเตา ราดลงบนเต้าหู้ และโซ้ยย อร่อยกันถ้วนหน้า


 

เมนูที่สอง

กุ้งทอดซอสมะขาม เมนูประยุกต์ กุ้งลูกเขย






 

ใครชอบทาน "ไข่ลูกเขย" บ้างงงงงงงงงง ? ...ฮั่นแน่ตอบรับอยู่ในใจกันใช่ไหมล่ะ (รู้ทัน อิอิ) ถ้าใช่ล่ะก็ วันนี้เรามีเมนูไข่ลูกเขยสูตรดัดแปลงมาฝากกัน โดยไข่ใบกลม ๆ จะกลายร่างเป็นกุ้งทอดตัวอวบ ๆ แทน คลุกเคล้ากับน้ำมะขามรสเปรี้ยวอมหวาน โรยหน้าด้วยหอมเจียวและผักชี เสิร์ฟคู่ข้าวสวยร้อน ๆ แค่นี้ก็อร่อยเหาะอย่าบอกใครเชียว

          สำหรับ เมนู กุ้งลูกเขย หรือ กุ้งทอดซอสมะขาม ที่นำมาฝากกันวันนี้ เป็นสูตรเด็ดเคล็ด(ไม่)ลับของ มีขั้นตอนวิธีทำง่ายแสนง่ายไม่ได้โม้นะค้าาาา...

 

เอ้า! จับตะหลิวแล้วตามมาดูกันเลย
          ขั้นเตรียมส่วนผสม

  กุ้งทะเลตัวอวบ ๆ
  แป้งสาลี
  น้ำตาลปึก
  น้ำมัน, น้ำปลา
  หอมเจียว, ผักชี

          ขั้นแสดงฝีมือ


 
1. กุ้งทะเล ที่ล้างสะอาดแล้ว จัดการเอากรรไกรตัดเปลือกด้านบนก่อน พร้อมทั้งควักไส้ ตัดขา
 
  และตัดหัวออกนิดหนึ่งด้วย

 
    2. จากนั้น นำไปคลุกแป้งสาลีบาง ๆ แล้วนำลงทอดให้สุกพอดี หากสุกมากเนื้อกุ้งจะแข็ง



 
 
 
 


 3. ทำซอสมะขามเปียกราด โดยเอาน้ำตาลปึก และน้ำปลาไปเคี่ยวในกระทะ
 
จนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเติมน้ำมะขามเปียกลงไป และลองชิมรส แล้วเคี่ยวต่อไปจนน้ำซอสข้น


 

  4. นำน้ำซอสที่ได้ไปราดบนกุ้งที่ทอดเอาไว้แล้ว โรยหน้าด้วยหอมเจียว และผักชี เป็นอันเสร็จ


 
   เพียง 4 ขั้นตอนข้างต้นนี้ ก็จะได้ กุ้งลูกเขย หน้าตาดี (เหมือนคนทำ)
 
 
น่ารับประทานเป็นที่สุด หรือใครที่แพ้กุ้ง หรือไม่ชอบทานกุ้ง
 
 
อาจจะดัดแปลง เป็นเมนูหมูลูกเขย ไก่ลูกเขย ตามความชอบก็ได้นะค่ะ



บทความที่ 3 การแปรรูปจากมะขาม

ผลิตภัณฑ์จากมะขาม และการแปรรูป

มะขาม เป็นผลไม้ที่พบได้ทั่วไปในทุกๆ ภาค สามารถเติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 สายพันธุ์หลัก คือ มะขามหวาน และมะขามเปรี้ยว โดยมะขามหวานพบมีการปลูกเป็นแปลงใหญ่เพื่อส่งจำหน่ายในรูปผลสุก ส่วนมะขามเปรี้ยวปัจจุบันเริ่มมีการปลูกเป็นแปลงใหญ่เพื่อส่งขายผลสุกบ้างใน บางพื้นที่ และมักพบปลูกตามพื้นที่ว่างหรือตามหัวไร่ปลายนา

มะขาม เปรี้ยวสามารถนำผลผลิตมาใช้ในการประกอบอาหารเป็นหลัก ทั้งในส่วนของใบอ่อน ผลดิบ และผลสุก ซึ่งให้รสเปรี้ยว นิยมนำมาประกอบอาหารเป็นหลักทำให้อาหารมีรสเปี้ยวเป็นธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบัน มีการเก็บผลสุกนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายชนิด และมีการส่งเสริมตั้งแต่ระดับครัวเรือน กลุ่มเกษตรกร ไปจนถึงในรูปของบริษัท จนกลายเป็นอาชีพที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว
ผลิตภัณฑ์จากมะขามที่ผลในท้องตลาด มักผลเป็นผลิตภัณฑ์จากมะขามเปรี้ยว ได้แก่

1. มะขามเปียก
ปัจจุบันมีการปลูกมะขาวเปรี้ยวเป็นแปรงใหญ่เพื่อเก็บผลสุกทำเป็นมะขามเปียก ส่งขาย มะขามเปียกเป็นผลิตภัณฑ์จากมะขาวเปรี้ยวที่ทำได้ง่าย และไม่มีขั้นตอนอะไรยุ่งยากเพียงแค่การเก็บผลสุกของมะขามมาทำการแกะเปลือก และเมล็ดออก พร้อมเพ็คใส่ถุงจำหน่าย สำหรับมะขามเปียกถือเป็นผลิตภัณฑ์ของมะขามขั้นต้นที่เป็นวัตถุดิบหลักในการ ทำผลิตภัณฑ์จากมะขามเปียกหลากหลายชนิด

มะขามเปียก


2. น้ำมะขามเปียก
ส่วนผสม:
- เนื้อมะขามเปียก 1 กิโลกรัม เอาเมล็ดออกแล้ว
- น้ำร้อน 4 ลิตร
วิธีทำ:
- ต้มน้ำจำนวน 3 ลิตร จนเกือบเดือด
- ใส่มะขามเปียกจำนวน 1 กิโลกรัม พร้อมต้มนาน 45 ชั่วโมง
- ใส่น้ำเพิ่ม 1 ลิตร และต้มต่อนาน 15 นาที- กรองด้วยตะแกรงเบอร์ 25
- นำน้ำที่กรองได้ต้มฆ่าเชื้อนาน 20 นาที
- รอให้เย็น และบรรจุใส่ขวดเก็บเพื่อใช้รับประทานหรือประกอบอาหาร

3. น้ำเชื่อมมะขามเปียก
ส่วนผสม:
- เนื้อมะขามเปียก
- ขิง
- น้ำตาลทราย
- เกลือป่น
วิธีทำ:
- หั่นขิงแก่ที่ล้างน้ำแล้วเป็นแว่นๆ ประมาณ 1 กำ
- ต้มน้ำให้เดือด โดยใช้น้ำ 2 ลิตร แล้วนำขิงลงต้มนาน 20-30 นาที
- ตักขิงออกหรือหากขิงแตกให้กรองด้วยผ้าขาวเอาเฉพาะน้ำเหลือไว้
- นำน้ำขิงลงต้ม พร้อมใส่มะขามเปียกประมาณ 1 ขีด
- เติมน้ำตาลทรายตามความต้องการ หากไม่หวานให้เพิ่มน้ำตาลทรายในความหวานที่ต้องการ
- ใส่เกลือป่นเล็กน้อย และเติมเกลือตามความเค็มที่ต้องการ
- ยกหม้อออก รอให้เย็น และบรรจุใส่ขวดรับประทาน

4. มะขามแช่อิ่ม
ส่วนผสม:
- มะขามดิบ
- น้ำเปล่า
- เกลือ
- น้ำปูนใส
- น้ำตาลทราย
วิธีทำ:
- นำมะขามเปี้ยวดิบต้มในน้ำเดือด นาน 2-5 นาที นำมะขามออกทิ้งไว้ให้เย็น และปลอกเปลือกมะขามซึ่งจะปลอกออกอย่างง่ายๆ
- นำมะขามที่ปลอกเปลือกแล้วมาแช่ในเกลือ และน้ำปูนใส นาน 6 ชั่วโมง โดยให้ละลายเกลือในน้ำปูนใสก่อน แล้วจึงนำมะขามลงแช่ ทั้งนี้ อาจเติมน้ำส้มสายชูเล็กน้อยเพื่อให้เนื้อมะขามมีสีสันน่ารับประทานขึ้น
- นำมะขามขึ้นจากน้ำปูนใสมาปลอกเมล็ดออก โดยให้ผ่าที่ขอบด้านใดด้านหนึ่ง
- นำมะขามแช่ในน้ำเชื่อมน้ำตาลทราย 1 คืน รุ่งเช้าให้นำมาอุ่นนาน 15 นาที โดยเติมน้ำตาลทรายเพิ่ม
- นำมาแช่ค้างคืนอีก 1 วัน และทำซ้ำอีก 1-2 ครั้ง จนได้รสชาติตามต้องการ

5. มะขามแก้ว
ส่วนผสม:
- เนื้อมะขามเปียกที่บดแล้ว 1 กก.
- น้ำเปล่าครึ่งลิตร
- พริกป่น
- น้ำตาลทราย
- เกลือ
วิธีทำ:
- เทน้ำใส่หม้อหรือกะทะตั้งไฟอ่อนๆ และใส่เนื้อมะขามเปียก พร้อมกวน 15 นาที ให้เนื้อมะขามกับน้ำเข้ากันดีแล้ว ตั้งทิ้งไว้นาน 30 นาที โดยระวังอย่าให้เนื้อมะขามไหม้
- ใส่พริกป่น เกลือ และน้ำตาลทราย คนให้ส่วนประกอบเข้ากัน โดยปรุงรสตามต้องการ แต่ไม่ให้หวานมาก เพราะยังต้องคลุกน้ำตาลอีกรอบในขั้นตอนปั้นเป็นก้อน
- ระวังไม่ให้เนื้อมะขามอิ่มน้ำหรือแห้งเกินไป ควรให้เนื้อมะขามพอหมาดๆ ปั้นเป็นก้อนเล็กได้
- ตั้งทิ้งให้เย็นหรืออุ่นพอหยิบจับได้
- ปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ขนาดเท่าลูกอม พร้อมคลุกน้ำตาลทรายบางๆ
- ก้อนมะขามแก้วที่ปั้นได้ ให้ทำการตากแดด 1-2 แดด ให้แห้ง แต่ไม่ควรแห้งมากจนเนื้อแข็ง

6. มะขามกวน
ส่วนผสม:
- เนื้อมะขามเปียกบด
- นมข้นหวาน
- หัวกะทิ
- น้ำตาลทราย
- เกลือ
- มะพร้าวขูด
- ชะเอมผง
- แบะแซ
วิธีทำ:
- ให้ผสมหัวกะทิ น้ำตาลทราย แบะแซ พร้อมเคี่ยวให้กะทิแตกมัน ขั้นตอนนี้ให้ใช้ไฟอ่อนๆ
- ใส่เนื้อมะขามบดที่เตรียมไว้ เกลือป่น มะพร้าวขูดฝอย นมข้นหวาน
- กวนให้ส่วนผสมเหนียวข้นที่สามารถปั้นได้ แล้วยกลงตั้งให้เย็น
- ปั้นเป็นเม็ด เป็นแท่งหรือใส่แม่พิมพ์ตามแบบที่ต้องการ พร้อมห่อด้วยพลาสติกใส

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บทความที่ 2 : ประโยชน์จากมะขาม


ประโยชน์จากมะขาม

สำหรับประโยชน์ของมะขามและสรรพคุณมะขามนั้นมีมากมาย และจัดว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่

มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและยังมีสรรพคุณใช้เป็นยารักษาโรคอีกด้วย โดยในส่วนที่นำมาใช้เป็นยาจะเป็นเนื้อฝักแก่(มะขามเปียก) เปลือกของลำต้น(ทั้งสดและแห้ง) และเนื้อในเมล็ด โดยสามารถช่วยรักษาได้หลายโรค เช่น เป็นยาขับเสมหะ แก้อาการท้องเดิน บรรเทาอาการท้องผูก ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ เป็นต้น
มะขาม ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างวิตามินซี วิตามินบี2 วิตามินเอ ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน คาร์โบไฮเดรต เป็นต้น โดยมะขามที่แก่จัดนั้นเราจะเรียกว่า “มะขามเปียก” โดยมะขามหวาน 100 กรัม จะมีแคลอรี่เท่ากับ 314 แคลอรี่

ประโยชน์ของมะขาม

  1. มะขาม ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้แก่ร่างกาย ด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
  2. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสด้วยวิตามินซีจากมะขาม
  3. ช่วยในการชะลอวัย และการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  4. แคลเซียมจากมะขามจะช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  5. มะขามมีธาตุเหล็ก ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือด
  6. ใช้ในการทำทรีทเม้นท์ ด้วยการจำมาขัดตามซอกขาหนีบ รักแร้ ข้อพับ ซึ่งจะช่วยลดรอยคล้ำลงได้
  7. นำมะขามเปียกไปแช่น้ำ ลอกเอาใยออก นำมามะขามมาถูตัวเบาๆ ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื่นตลอดทั้งวัน และช่วยกำจัดแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
  8. มะขามเปียกและดินสอพองผสมจนเข้ากัน นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยให้ผิวหน้าดูกระชับสดใสและสะอาดยิ่งขึ้น
  9. มะขามเปียกผสมกับน้ำอุ่นและนมสด ใช้พอกผิว ช่วยให้ผิวหนังที่มีรอยดำคล้ำกลับมาขาวสดใสนุ่มนวลยิ่งขึ้น
  10. นำมาใช้เป็นส่วนผสมหรือใช้ทำเป็นกรดผลไม้ (AHA)
  11. สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ ให้นำเนื้อมะขามมาขัดถูฟันเป็นประจำทุกครั้งที่แปรงฟัน จะช่วยขจัดคราบสกปรกบริเวณฟันลงได้
  12. สามารถนำมาใช้ทำยานวดผม ซึ่งช่วยรักษารากผม ฆ่าเชื้อราบนหนังศีรษะ และช่วยฆ่าเหาได้อีกด้วย ด้วยการนำมะขามเปียกมาผสมกับน้ำแล้วใช้มือคั้นเนื้อมะขามเพื่อให้ละลายออกผสมกับน้ำ น้ำที่ได้นั้นจะมีลักษณะเหลว (ไม่ควรเหลวมาก) แล้วนำมานวดศีรษะหลังจากที่สระผมเสร็จแล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก
  13. ใช้ทำเป็นน้ำยาอาบน้ำ ด้วยการนำใบมะขามมาจำนวนหนึ่ง ใส่ใบมะขามลงในน้ำเดือดแล้วปิดฝา แล้วเคี่ยวประมาณ 30 นาที จากนั้นนำลงจากเตาปล่อยให้เย็นแล้วนำมาอาบ จะช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้น รักษาผดผื่นคันตามร่างกายและเชื่อบนผิวหนังได้
  14. การแปรรูปมะขามสามารถนำมาแปรรูปได้หลายชนิด เช่น มะขามแก้ว มะขามกวน มะขามอบไร้เมล็ด มะขามบ๊วย มะขามแช่อิ่ม มะขามคลุก มะขามจี๊ดจ๊าด เป็นต้น
  15. ช่วยป้องกันการเกิดและช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
  16. มะขามมีวิตามินเอที่มีส่วนช่วยในการบำรุงและรักษาสายตา
  17. ช่วยลดความร้อนในร่างกายได้เป็นอย่างดี
  18. แก้อาการท้องผูก ด้วยการใช้เนื้อมะขามเปียกประมาณ 15 ฝัก นำมาจิ้มกับเกลือแล้วรับประทาน หรือใส่เกลือเติมน้ำแล้วคั้นเป็นน้ำดื่ม
  19. แก้อาการท้องเดิน ด้วยการใช้เปลือกต้นประมาณ 2 กำมือ นำมาต้มกับน้ำปูนใสหรือน้ำ แล้วนำมารับประทาน
  20. ช่วยถ่ายพยาธิตัวกลมในลำไส้ พยาธิไส้เดือน ด้วยการใช้เมล็ดมะขามมาคั่วกระเทาะเปลือกออก นำเนื้อในเมล็ดมาแช่น้ำเกลือจนนิ่ม แล้วรับประทานครั้งละ 20 เม็ด
  21. ช่วยแก้อาการขับเสมหะ ละลายเสมหะ ด้วยการนำมะขามเปียกมาจิ้มเกลือ แล้วรับประทาน
  22. มะขามอุดมไปด้วยกรดอินทรีย์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยชำระล้างความสกปรกในรูขุมขนและขจัดคราบมันบนผิวหนังได้เป็นอย่างดี
  23. รากมะขามมีส่วนช่วยแก้อาการท้องร่วง
  24. รากมะขามช่วยในการสมานแผล
  25. รากมะขามช่วยในการรักษาโรคเริม
  26. รากมะขามช่วยในการรักษาโรคงูสวั
  27. เปลือกลำต้นมะขาม ช่วยแก้ไขตัวร้อน
  28. แก่นของต้นมะขาม ช่วยรักษาฝีในมดลูก
  29. แก่นของต้นมะขาม ช่วยในการขับโลหิต
  30. แก่นมะขามมีส่วนช่วยเป็นยาชักมดลูกให้เข้าอู่
  31. ใบสดมะขาม ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ขับลมในลำไส้
  32. ใบสดมะขาม ช่วยรักษาหวัด อาการไอ
  33. ใบสดมะขามมีส่วนช่วยในการรักษาโรคบิด
  34. ใบสดมะขาม มีคุณสมบัติใช้เป็นยาหยอดตารักษาเยื่อตาอักเสบ แก้อาการตามัว
  35. ใบสดมะขาม มีคุณสมบัติในการช่วยฟอกโลหิต
  36. ใบสดนำมาต้มผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆใช้อาบหลังคลอด
  37. เนื้อหุ้มเมล็ดของมะขาม ใช้เป็นยาสวยล้างท้อง
  38. ฝักดิบของมะขาม ใช้ในการฟอกโลหิจ
  39. ฝักดิบของมะขามใช้ในการลดความอ้วน เป็นยาระบายลดอุณหภูมิในร่างกาย
  40. เปลือกมะขามช่วยรักษาแผลสด แผลไฟลวก แผลเบาหวาน ถอนพิษ
  41. เปลือกเมล็ดมะขาม ช่วยสมานแผลที่ช่องปาก คอ ลิ้น และตามร่างกาย
  42. ดอกสดของมะขาม ใช้เป็นยาลดความดันโลหิตสูง

คุณค่าทางโภชนาการของมะขามดิบต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 239 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 62.5 กรัม
  • น้ำตาล 57.4 กรัม
  • เส้นใย 5.1 กรัม
  • ไขมัน 0.6 กรัม
  • โปรตีน 2.8 กรัม
  • วิตามินบี1 0.428 มิลลิกรัม 37%
  • วิตามินบี2 0.152 มิลลิกรัม 13%
  • วิตามินบี3 1.938 มิลลิกรัม 13%
  • วิตามินบี5 0.143 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี6 0.066 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี9 14 ไมโครกรัม 4%
  • วิตามินซี 3.5 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินอี 0.1 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินเค 2.8 ไมโครกรัม 3%
  • ธาตุแคลเซียม 74 มิลลิกรัม 7%
  • ธาตุเหล็ก 2.8 มิลลิกรัม 22%
  • ธาตุแมกนีเซียม 92 มิลลิกรัม 26%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 113 มิลลิกรัม 16%
  • ธาตุโพแทสเซียม 628 มิลลิกรัม 13%
  • ธาตุโซเดียม 28 มิลลิกรัม 0%
  • ธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม 1%
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่
(ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)
แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (EN), เว็บไซต์สรรพคุณสมุนไพร (www.rspg.or.th),
USDA Nutrient database
เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟรินน์.คอม

บทความที่ 1 : ข้อมูลทั่วไปของมะขาม



ต้นมะขาม
 
 

ข้อมูลพฤกษศาสตร์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tamarindus  indica  (L.)

ชื่อวงศ์ : LEGUMINOSSAE

ชื่อสามัญ : Tamarin

ชื่อพื้นเมืองอื่นๆ  : มะขาม , มะขามไทย ( ภาคกลาง ) , ตะลบ ( นครศรีธรรมราช ), ม่วงโคล้ง ( กาญจนบุรี )

ถิ่นกำเนิด  : เป็นพื้นพรรณไม้พื้นเมืองของทวีปแอฟริกา  แถบประเทศซูดาน

การระจายในประเทศไทย   : ภาคเหนือ อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบรูณ์ และบางจังหวัดของภาคกลาง

ในประเทศอื่นๆ  : ประเทศซูดาน  ประเทศอินเดีย  เปอร์เซีย  เอเชียตะวันออก

นิเวศวิทยา  :  ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิดแม้แต่ดินลูกรัง เจริญในดินร่วน ทนแล้งได้ดี ฤดูที่เหมาะสมคือฤดูฝน

เวลาออกดอก :  1 ปี  มะขามจะออกดอกและบานประมาณ 5-10 ชุด ระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน

เวลาขยายผล :  นับตั้งแต่ออกดอกฝักจะใช้เวลา 6 เดือน จะเป็นฝักดิน

การขยายพันธุ์ :   ทาบกิ่ง , ติดตา , ตอนกิ่ง
 

ประวัติพันธุ์ไม้ (การนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย )
  • มะขามได้นำเข้าไปปลูกในประเทศอินเดีย  และต่อมาได้แพร่กระจายทั่วในเอเชียและเขตร้อนอื่นๆ   ประเทศไทยจัดว่าเป็นแหล่งปลูกมะขามหวานและเปรี้ยวที่ใหญ่ที่สุด
ลักษณะวิสัย  : ไม้ต้น
เรือนยอด ทรงพุ่ม : รูปไข่  ความสูง  30 เมตร   ความกว้างทรงพุ่ม เมตร
ถิ่นอาศัย : พืชบก
ลำต้น : ลำต้นเหนือดิน  ตั้งตรงเองได้
เปลือกลำต้น :  ขรุขระ  สีน้ำตาล
ยาง : ไม่มี
ชนิดของใบ : ใบประกอบ  แบบขนนกปลาย   สีเขียวอ่อน  ขนาดใบ กว้าง  4  ซ.ม.  ยาว 25 ซ.ม.
                      ลักษณะพิเศษของใบ  เป็นใบย่อย  รูปขอบขนาน  ปลายใบและโคนใบมน  สีเขียว
การเรียงตัวของใบบนกิ่ง  : สลับระนาบเดียว
รูปร่างแผ่นใบ :  รูปขอบขนาน
ปลายใบ :  มน
โคนใบ : เบี้ยว
ขอบใบ : รียบ
ดอก : ดอกช่อ  ช่อกระจะ
ตำแหน่งออกของดอก : ตามลำต้นหรือกิ่ง
กลีบเลี้ยง : แยกจากกัน  มีจำนวน  4  กลีบ สีชมพูอมแดง
กลีบดอก : กลีบดอกแยกกัน  มีจำนวน  3  กลีบ สีเหลืองลายแดง
เกสรเพศผู้ : จำนวน 3  อัน  สีเหลือง
เกสรเพศเมีย : จำนวน 1 อัน  สีเขียว
รังไข่ : รังไข่เหนือวงกลีบ
กลิ่น : มี
ผล : :   ผลเดี่ยว 
ผลแห้ง : ฝักหักข้อ
สีของผล : ผลอ่อน สีเขียวเทา    ผลแก่ น้ำตาลเกรียม
รูปร่างผล :   เป็นฝักยาว
ลักษณะพิเศษของผล :   ผิวเปลือกเกลี้ยง  เป็นสีน้ำตาลเข้ม
เมล็ด : จำนวน 3-12  เมล็ด
สีของเมล็ด : สีน้ำตาล
รูปร่างเมล็ด :  ค่อนข้างกลม

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บทความที่ 6 แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 1-8 ค่ะ


แบบฝึกหัด 1-8


แบบฝึกหัด



บทที่ 1 (กิจกรรม1)                                                                                             กลุ่มที่เรียน : 3

รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                                   รหัสวิชา 0026 008

ชื่อ-สกุล นางสาวจุฬาลักษณ์   อัครยากิตติวงศ์                               รหัส 57010910010

1. ข้อมูล หมายถึง  ข่าวสาร เอกสาร ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคล สิ่งของหรือเหตุการณ์ในรูปแบบของตัวเลข ภาพ ตัวอักษร และสัญลักษณ์ต่างๆ เช่นคะแนนสอบวิชาภาษาไทย ราคาสินค้า

2. ข้อมูลปฐมภูมิ คือ สารสนเทศที่ได้มาจากต้นแหล่งโดยตรง

ยกตัวอย่างประกอบ วารสาร รายงานการวิจัย รายงานการประชุม และสัมมนาวิชาการ

3. ข้อมูลทุติยภูมิ คือ สารสนเทศที่มีการรวบรวม เรียบเรียงขึ้นใหม่จากแหล่งสารสนเทศปฐมภูมิ

ยกตัวอย่างประกอบ วารสารที่มีการสรุปย่อ และตีความ รวมถึงหนังสือ ตำราที่รวบรวมเนื้อหาวิชาการในการเรียนการสอน

4. สารสนเทศ หมายถึง (Information) เป็นคำเดียวกันซึ่งสามารถให้ความหมายอย่างกว้างๆ ว่าหมายถึง ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ เรื่องราว ข้อเท็จจริงหรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็มีความหมายในเชิงลึกว่า หมายถึง ข้อมูล ข่าวสาร ที่ผ่านการประมวลผล ซึ่งมีความหมาย และสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน หรือการทำงานนั้นๆ เป็นต้น

5. จงอธิบายประเภทของสารสนเทศ

5.1 สารสนเทศจำแนกตามแหล่งสารสนเทศ เป็นการจำแนกสารสนเทศตามการรวบรวมหรือจัดกระทำกับสารสนเทศ

                5.1.1 แหล่งปฐมภูมิ (Primary Source) คือ สารสนเทศที่ได้มาจากต้นแหล่งโดยตรง

                5.1.2 แหล่งทุติยภูมิ (Secondary Source) คือ สารสนเทศที่มีการรวบรวม เรียบเรียงขึ้นใหม่จากแหล่งสารสนเทศปฐมภูมิ

                5.1.3 แหล่งตติยภูมิ (Tertiary Source) คือ สารสนเทศทีจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการค้นหาสารสนเทศจากแหล่งปฐมภูมิและทุติยภูมิ จะไม่ได้ให้เนื้อหาสาระโดยตรง แต่จะมีประโยชน์ในการค้นหาสารสนเทศที่ให้ความรู้เฉพาะสาขาวิชา 

5.2 สารสนเทศจำแนกตามสื่อที่จัดเก็บ 

                5.2.1 กระดาษ

                5.2.2 วัสดุย่อส่วน

                5.2.3 สื่ออิเล็กทรอนิกหรือสื่อแม่เหล็ก

                5.2.4 สื่อแสงหรือสื่อออปติก (Optical Media)

6. ข้อเท็จจริงของสิ่งต่าง ๆ ที่อาจเป็นตัวเลข ข้อความ รูปภาพ เสียง คือ ข้อมูล

7. ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล เป็น สารสนเทศ

8. ส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนแต่ละคน เป็น ข้อมูล

9. ผลของการลงทะเบียน เป็น สารสนเทศ

10. กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชาวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวันSection วันอังคาร เป็น สารสนเทศ

 

แบบฝึกหัด


บทที่ 2 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                           กลุ่มที่เรียน : 3

รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                 รหัสวิชา 0026 008

ชื่อ-สกุล นางสาวจุฬาลักษณ์   อัครยากิตติวงศ์                               รหัส 57010910010

คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้

1. ให้นิสิตหารายชื่อเว็บไซต์หรือเทคโนโลยีที่ให้บริการต่าง ๆ ตามหัวข้อเหล่านี้มาอย่างละ 3 รายการ

1.1  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาการศึกษา


2 อินเทอร์เน็ต (internet)


1.2  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพธุรกิจ พาณิชย์ และสำนักงาน

1 E-commerce หรือการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

2 การประชุมทางไกล (teleconference) 

3 ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร (executive information system) หรือ EIS

1.3  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพการสื่อสารมวลชน


2 วิทยุ

อินเทอร์เน็ต (internet)

1.4  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางอุตสาหกรรม

1  การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ (computer aided design) หรือ CAD

2 การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการผลิต (computer aided manufacturing) หรือ CAM


1.5 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางการแพทย์


2 การส่องกล้อง

3 ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

1.6 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทหารตำรวจ

1 ตรวจสอบรายนิ้วมือ

2  http://www.tcsd.in.th/

3 http://www.policeadmission.org/Main/FrmPolIndex.aspx

1.7  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพวิศวกรรม

1กล้อง Total  Station

2 กล้องระดับอิเล็กทรอนิกส์

3 ภาพถ่ายจากดาวเทียม   

1.8  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพด้านเกษตรกรรม

1 ไบโอดีเซล

2 ปุ๋ยอินทรีย์

3 http://www.technologychaoban.com/inner.php?section=5

1.9 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับคนพิการต่าง ๆ

1 เท้าเทียมไบโอนิก

2 http://www.pwdsthai.com/

3 รถเข็น

2. มหาวิทยาลัยมหาสารคามเตรียมเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการศึกษาให้กับท่าน มีอะไรบ้าง บอกมาอย่างน้อย 3 อย่าง

1 คอมพิวเตอร์

2 จอโปรเจคเตอร์

3 สัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สาย

3. ข้อ 2 จงวิเคราะห์ว่าท่านจะเอาเทคโนโลยีเหล่านั้น มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองอย่างไรบ้าง

คอมพิวเตอร์ : ใช้เพื่อทำงาน นำเสนองาน รวมถึงใช้เพื่อความบันเทิง

จอโปรเจคเตอร์ : ใช้เพื่อนนำเสนองาน และทำให้การเรียนการสอนเป็นไปได้ง่ายขึ้น

สัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สาย : ใช้เพื่อนติดต่อสื่อสาร ค้นคว้า และเพื่อความบันเทิง

 

แบบฝึกหัด

 
บทที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                            กลุ่มเรียน 3

รายวิชา  การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                 รหัสวิชา 0026008

ชื่อ-สกุล นางสาวจุฬาลักษณ์   อัครยากิตติวงศ์                               รหัส 57010910010

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

1. ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของการรู้สารสนเทศ

ง. ความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง ประเมิน และใช้งานสารสนเทศ

 

2. จากกระบวนการของการรู้สารสนเทศ ทั้ง 5 ประการ ประการไหนสำคัญที่สุด

ง. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

 

3. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้รู้สารสนเทศ

ค. ชอบใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกม

 

4.ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการรู้สารสนเทศ

       ข.  ช่วยให้บุคคลประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต

 

5. ข้อใดเป็นการเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้สารสนเทศที่ถูกต้อง

1. ความสามารถในการประมวลสารสนเทศ
2. ความสามารถในการประเมินสารสนเทศ
3. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
4. ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ
5. ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงจะต้องการสารสนเทศ

ค. 5-4-1-2-3

 


แบบฝึกหัด


บทที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                           กลุ่มเรียน 3

รายวิชา  การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                        รหัสวิชา 0026008

ชื่อ-สกุล นางสาวจุฬาลักษณ์   อัครยากิตติวงศ์                               รหัส 57010910010

คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้

1.      ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละ 3 ชนิด แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบกับเพื่อน

 

1)      การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล   

1 แผงแป้นอักขระ (Keyboard)

2 เมาส์

3 เครื่องตรวจกวาดภาพ (Scanner)       

       

2)      การแสดงผล

1 จอภาพ (Monitor), 

2 เครื่องพิมพ์ (Printer),

3 เทอร์มินัล 

               

3)      การประมวลผล        

1 ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน

2 ซอฟต์แวร์ประยุกต์อื่นๆ

3 ฮาร์ดแวร์  

                    

4)      การสื่อสารและเครือข่าย

1 โทรทัศน์

2 วิทยุกระจายเสียง

3 โทรเลข

2.       ให้นิสิตนำตัวเลขในช่องขวา มาเติมหน้าข้อความในช่องซ้ายที่มีความที่สัมพันธ์กัน


…8… ซอฟต์แวร์ประยุกต์

1. ส่วนใหญ่ใช้ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลผลข้อมูล

…6… Information Technology

2. e-Revenue

…1… คอมพิวเตอร์ในยุคประมวลผลข้อมูล

3. เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วต่อการนำไปใช้

…4…เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วย

4.มีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วน ได้แก่ Sender Medium และDecoder

…3…ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการททำงาน

5. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับ-ส่งเอกสารจากหน่วยงานหนึ่งไปยังอีกหน่วยงานหนึ่งโดยส่งผ่านเครือข่าย

…7… ซอฟต์แวร์ระบบ

6. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

…9… การนำเสนอบทเรียนในรูปมัลติมีเดีย ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ตามระดับความสามารถ

7. โปรแกรมที่ทำหน้าที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์

…5… EDI

8. โปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภท

…… การสื่อสารโทรคมนาคม

9. CAI

…2…บริการชำระภาษีออนไลน์

10. ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

แบบฝึกหัด


บทที่ 5 การจัดการสารสนเทศ                                                                 กลุ่มเรียน 3

รายวิชา  การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                         รหัสวิชา  0026008

ชื่อ-สกุล นางสาวจุฬาลักษณ์   อัครยากิตติวงศ์                               รหัส 57010910010

คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้

1.       จงอธิบายความหมายของการจัดการสารสนเทศ

การทำกิจกรรมหลัก ต่างๆ ในการจัดหา การจัดโครงสร้าง (organization) การควบคุม ผลิต การเผยแพร่และการใช้สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานขององค์การทุกประเภทอย่างมีประสิทธิผล ซึ่งสารสนเทศในที่นี้หมายถึงสารสนเทศทุกประเภทที่มีคุณค่าไม่ว่าจะมีแหล่งกำเนิดจากภายในหรือภายนอกองค์การ

2.       การจัดการสารสนเทศ มีความสำคัญต่อบุคคล และต่อองค์การอย่างไร

ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศต่อบุคคล

     การจัดการสารสนเทศมีความสำคัญต่อบุคคลในด้านการดำรงชีวิตประจำวัน การศึกษา และการทำงานประกอบอาชีพ ต่างๆ การจัดการสารสนเทศอย่างเป็นระบบ โดยการจัดทำฐานข้อมูลส่วนบุคคล รวบรวมทั้งข้อมูลการดำรงชีวิต

ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศต่อองค์การ

    การจัดการสารสนเทศมีความสำคัญต่อองค์การในด้านการบริหารจัดการ การดำเนินงาน และกฎหมาย 

3.       พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศแบ่งออกเป็นกี่ยุค อะไรบ้าง

2 ยุค เป็นการจัดการสารสนเทศด้วยระบบมือ และการจัดการสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์

4.       จงยกตัวอย่างการจัดการสารสนเทศที่นิสิตใช้ในชีวิตประจำวันมา อย่างน้อย 3 ตัวอย่าง

1ระบบห้องสมุด

2โทรศัพท์มือถือ

3คอมพิวเตอร์

แบบฝึกหัด

บทที่ 6 การประยุกต์ใช้สารสนเทศในชีวิตประจำวัน                  กลุ่มที่เรียน 3
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                            รหัสวิชา 0026 008

ชื่อ-สกุล นางสาวจุฬาลักษณ์   อัครยากิตติวงศ์                               รหัส 57010910010

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว
1. การประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นความหมายของข้อใด?
    2. เทคโนโลยี

2. เทคโนโลยีสารสนเทศใดก่อให้เกิดผลด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม?

   2. ระบบการเรียนการสอนทางไกล

3. การฝากถอนเงินผ่านเอทีเอ็ม (ATM) เป็นลักษณะเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศข้อใด?
1. 
ระบบอัตโนมัติ

4. ข้อใดคือการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ?

4. ถูกทุกข้อ

 

5. เทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึงข้อใด?

1. การประยุกต์เอาความรู้มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์


6. เครื่องมือที่สำคัญในการในการจัดการสารสนเทศในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร?
4. ถูกทุกข้อ


7. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ?
4. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการสร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ


8. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ที่ช่วยงานด้านสารสนเทศ?

1. เครื่องถ่ายเอกสาร

9. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ เทคโนโลยีสารสนเทศ?

3. ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์


10. ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับการเรียน?

4. ถูกทุกข้อ

 

แบบฝึกหัด


บทที่ 7 การประยุกต์ใช้สารสนเทศในชีวิตประจำวัน                  กลุ่มที่เรียน 3
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                            รหัสวิชา 0026 008
ชื่อ-สกุล นางสาวจุฬาลักษณ์   อัครยากิตติวงศ์                               รหัส 57010910010

คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้


1. หน้าที่ของไฟร์วอลล์ (Firewall) คือ


เป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่ายภายใน (Internet) โดยป้องกันผู้บุกรุก (Intrusion) ที่มาจากเครือข่ายภายนอก (Internet) หรือเป็นการกำหนดนโยบายการควบคุมการเข้าถึงระหว่างเครือข่ายสองเครือข่าย โดยสามารถกระทำได้โดยวิธีแตกต่างกันไป แล้วแต่ระบบ






2. จงอธิบายคำศัพท์ต่อไปนี้ ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสคอมพิวเตอร์ worm , virus computer, spy ware, adware มาอย่างน้อย 1 โปรแกรม
               หนอนคอมพิวเตอร์ (worm) จะแย่งใช้ทรัพยากรของคอมพิวเตอร์ เช่นเขียนไฟล์ขยะลงบนฮาร์ดดิสก์ จนทำให้ฮาร์ดดิสก์






3. ไวรัสคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง
                2ชนิด ได้แก่Application viruses และ System viruses






4. ให้นิสิตอธิบายแนวทางในการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์มาอย่างน้อย 5 ข้อ
1)ให้ผู้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทุกคนต้องเปลี่ยนรหัสผ่าน (Password) บ่อย ๆ หรืออย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
2)มีระเบียบปฏิบัติในการควบคุมอย่างชัดแจ้งในการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
3)การเก็บข้อมูลหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบบคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา(Log files)
4)  องค์กรควรมีการดูแลและการตรวจตราข้อมูล แฟ้มข้อมูล รวมถึงการสำรองแฟ้มข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์รวมถึงระบบเครือข่าวอย่างสม่ำเสมอ
5)มีการกำหนดสิทธิให้ผู้ใช้ระบบเข้าใช้ระบบในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น






5. มาตรการด้านจริยธรรมคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน ได้แก่
              นโยบายจากกระทรวงไอซีที ด้วยตระหนักในการทวีความรุนแรงของปัญหา จึงเกิดโครงการ ไอซีที ไซเบอร์แคร์ (ICT Cyber Care) โดยต่อยอดจากไอซีทีไซเบอร์คลีน (ICT Cyber Clean) แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

             1) ICT Gate Keeper เฝ้าระวังพิษภัยอินเทอร์เน็ตบนเครือข่ายและวงจรเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (Gateway) พัฒนาซอฟต์แวร์นี้โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงไอซีที ได้มอบหมายให้บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ดำเนินการเพื่อเฝ้าระวังปิดกั้นข้อมูลไม่เหมาะสมตั้งแต่ต้นทาง

             2) House Keeper ซึ่งจัดทำเป็นแผ่นซีดีรอม และแจกฟรีให้กับผู้ปกครองหรือดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ของกระทรวง โปรแกรมนี้จะมี 3 ส่วน

                     - ส่วนแรก คิดดี้แคร์ ปิดกั้นเว็บไซต์อนาจารและเว็บที่ไม่เหมาะสมที่กระทรวงไอซีที มีข้อมูลคาดว่าจะช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง

                     - ต่อมาเป็นส่วนพีเพิลคลีน ติดไอคอนไวที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จะคลิกเข้าไปเมื่อพบภาพลามกอนาจาร ประชาชนจึงสามารถเข้ามามีบทบาทช่วยเฝ้าระวังภัยได้เช่นกัน

                     - ส่วนสุดท้าย สมาร์ทเกมเมอร์ (Smart Gamer) แก้ปัญหาการติดแกม และควบคุมการเล่นเกมของเด็ก ๆ ผู้ปกครองจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาของการเล่นเกมและช่วยดูแลเรื่องความรุนแรงของเกม แต่ละส่วนนี้คงต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยตลอดเวลา





แบบฝึกหัด


บทที่ 8 การประยุกต์ใช้สารสนเทศในชีวิตประจำวัน                  กลุ่มที่เรียน 3
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน              รหัสวิชา 0026 008

ชื่อ-สกุล นางสาวจุฬาลักษณ์   อัครยากิตติวงศ์                               รหัส 57010910010


คำชี้แจง จงพิจารณากรณีศึกษานี้


1) “นาย A ทำการเขียนโปรแกรมขึ้นมาโปรแกรมหนึ่งเพื่อทดลองโจมตีการทำงานของคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ โดยทำการระบุ IP-Address โปรแกรมนี้สร้างขึ้นมาเพื่อทดลองในงานวิจัย นาย B ที่ เป็นเพื่อนสนิทของนาย A ได้นำโปรแกรมนี้ไปทดลองใช้แกล้งนางสาว C เมื่อนางสาว C ทราบเข้าก็เลยนำโปรแกรมนี้ไปใช้และส่งต่อให้เพื่อนๆ ที่รู้จักได้ทดลองการกระทำอย่างนี้ ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมาย ใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย


ผิดกฎหมาย เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ้งอาจทำให้นายAมีความผิดอีกด้วยเนื่องจากโปรแกรมที่ตนสร้างทำความเสียหายแก่ผู้อื่น






2) “นาย J ได้ทำการสร้างโฮมเพจ เพื่อบอกว่าโลกแบนโดยมีหลักฐาน อ้างอิงจากตำราต่างๆ อีกทั้ง รูปประกอบ เป็นการทำเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้ใช้ในการอ้างอิงทางวิชาการใดๆ เด็กชาย K เป็นนักเรียน ในระดับประถมปลายที่ทำรายงานส่งครูเป็นการบ้านภาคฤดูร้อนโดยใช้ข้อมูลจากโฮมเพจของนาย J” การ กระทำอย่างนี้ ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมายใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย


ผิดด้านจริยธรรม เนื่องจากทำให้เด็กชายKเกิดความเข้าใจผิดและเกิดการเสียหาย